5 ลำดับขั้นของ Customer Journey ที่ทุกธุรกิจต้องศึกษาเอาไว้

Customer Journey

Customer Journey คือทฤษฎีที่จะช่วยให้ลูกค้าได้เห็นและตัดสินใจซื้อสินค้า บริการนั้น ๆ ซึ่งทั้งธุรกิจและลูกค้าต้องมีปฏิสัมพันธ์กันเพื่อสามารถอนุมานถึงความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด ทำให้เข้าใจความรู้สึกของลูกค้า และเข้าใจขั้นตอนการตัดสินใจของลูกค้าโดยจำแนกได้เป็นลำดับขั้น กระนั้นบางคนอาจจะมีความสงสัยว่าสิ่งนี้มีลำดับขั้นยังไง เราไม่รอช้ารวบรวมข้อมูลมาเล่าสู่กันฟัง เพราะนี่คือสิ่งที่ทุกธุรกิจต้องศึกษาเอาไว้

พาไปศึกษา 5 ลำดับขั้นของ Customer Journey ในรูปแบบธุรกิจ

1. การรับรู้ (Awareness)

การรับรู้หรือ Awareness ถือเป็นขั้นเริ่มต้น ที่ลูกค้าบางคนอาจไม่ได้รู้จัก หรือไม่ได้รับรู้ในการมีตัวตนของธุรกิจ ก็จะช่วยให้เกิดความรับรู้ถึงสินค้า แบรนด์ได้ เรียนรู้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ เรื่องราว หรือข้อมูลบริษัทที่นำเสนอ ซึ่งเครื่องมือที่ช่วยธุรกิจคุณได้ในปัจจุบันก็คงไม่พ้น “สื่อ” ที่มาในรูปแบบ Social Media เพื่อให้เกิดการกล่าวถึง บอกต่อกันปากต่อปาก ฯลฯ

2. การพิจารณา (Consideration)

ลำดับขั้นของ Customer Journey คือการพิจารณา หรือ Consideration เป็นขั้นตอนหลังจากมีลูกค้ารู้จักธุรกิจ หรือแบรนด์เรามากขึ้น มีความสนใจมากขึ้น ลูกค้าก็ต้องอยากศึกษาแบรนด์มากกว่าเดิม เพื่อพิจารณาต่อไปว่าจะอุดหนุนไหม แนะนำว่าให้มีการรีวิวสินค้า หรือมีการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมให้ลูกค้าได้รับรู้ หรือจะให้เข้าร่วมกิจกรรมทางการตลาดก็ได้ นอกจากรับรู้พิจารณา ก็ยังเปรียบเทียบคู่แข่งให้เกิดการแข่งขันมากขึ้น

Customer Journey

3. การตัดสินใจซื้อสินค้า / ใช้บริการ (Purchase)

ต่อมาคือการตัดสินใจซื้อสินค้า / ใช้บริการ หรือ Purchase ที่เป็นขั้นที่ลูกค้า หรือกลุ่มเป้าหมายของเราเกิดความอยากซื้อและตัดสินใจซื้อกัน ซึ่งเราจำเป็นต้องใส่ใจกับขั้นตอนนี้มาก ๆ ไม่ต่างจากขั้นตอนการพิจารณา เพราะหากไม่สะดวก หรือมีความขัดข้องเกิดขึ้นระหว่างการซื้อสินค้า ตั้งแต่กดสั่ง ลงทะเบียน การใส่ตะกร้า การชำระเงิน หรือแม้แต่บริการที่ไม่ดีก็จะเป็นสาเหตุทำให้การตัดสินใจไม่สำเร็จ หรือไม่ซื้อไปได้ ดีไม่ดีไปซื้อกับคู่แข่งดื้อ ๆ แน่นอน

4. การใช้ซ้ำ (Retention)

Customer Journey อีกขั้นตอนคือการใช้ซ้ำ หรือ Retention ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจมียอดการซื้อ / ใช้บริการเพิ่มมากขึ้นแบบที่ไม่จำเป็นต้องหาลูกค้าใหม่เลย มีการกลับมาซื้อซ้ำอีกได้ ซึ่งขั้นตอนนี้ก็จะเกิดขึ้นได้หลังจากที่ลูกค้า หรือกลุ่มเป้าหมายที่ซื้อไปใช้บริการแล้วถูกใจ พึงพอใจก็จะกลับมาใช้ซ้ำอีก เพราะประสบการณ์ของลูกค้าหลังการขายเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้าม รวมถึงขนส่ง บริการจากพนักงานที่ก็ควรมีปฏิสัมพันธ์ที่ดี ช่วยเหลือแบรนด์ได้ดี สิ่งเหล่านี้มักจะช่วยให้ลูกค้ากลับมาได้จริง

5. การบอกต่อ (Advocacy)

สุดท้ายก็คือขั้นตอนของการบอกต่อ หรือ Advocacy ที่เมื่อลูกค้าใช้งานแล้วพึงพอใจมีการกลับมาซื้อใช้ซ้ำ ก็จะมีการบอกต่อสินค้า หรือบริการของเราแน่นอน เพื่อเป็นการบอกต่อความประทับใจในสินค้า / บริการถึงประสบการณ์ที่ได้รับ บอกต่อเพื่อน พ่อแม่ ญาติพี่น้อง คนใกล้ตัว หรือรีวิวสินค้า / บริการลงสู่ช่องทางสาธารณะ หรือก็จะวนไปที่สื่อ (Social Media) นั่นเอง

สรุป

แน่นอนว่าการใช้งาน Customer Journey ถือว่าน่าสนใจมาก ๆ เพราะช่วยให้การทำการตลาดมีความแปลกใหม่มากขึ้น เพิ่มโอกาสการใช้ การซื้อสินค้า / บริการมากขึ้น มีฐานลูกค้าใหม่ ๆ เข้าถึงการช่วยเหลือของลูกค้าได้ดี ทำให้มีความน่าเชื่อถือ เพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์ ไปจนถึงคนในองค์กรเกิดความเข้าใจลูกค้า สร้างแผนการตลาด และการขายให้ตรงกันได้ สินค้า / บริการก็จะเพิ่มยอดขาย มีรายได้มากขึ้นนั่นเอง

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ กด "MORE INFO" เพื่ออ่านเพิ่มเติม หรือกด "ACCEPT" เพื่อยอมรับข้อตกลงในการเก็บข้อมูล