บทความนี้ขอพาทุก ๆ คนไปทำความรู้จักกับ Neuromarketing ซึ่งคนในแวดวงการตลาดมักนำมาใช้เพื่อเน้นสร้างความเข้าใจต่อผู้บริโภค ต่อยอดสู่การพัฒนาโฆษณา สินค้า / บริการได้อย่างเหมาะสม รวมถึงการแนะนำเครื่องมือ พร้อมกรณีศึกษาจากบริษัทระดับโลกให้รู้จักด้วย เชื่อว่าสิ่งนี้จะช่วยให้การทำการตลาดยุคใหม่ตอบโจทย์ธุรกิจอย่างที่สุด เพื่อโอกาสทางธุรกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาวในอนาคต
Neuromarketing คืออะไร ทำการตลาดยุคใหม่ต้องรู้!
Neuromarketing คือ การตลาดรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานความรู้ทางประสาทวิทยา เศรษฐศาสตร์ และจิตวิทยา ซึ่งต้องผ่านการศึกษาเกี่ยวกับการตอบสนองความต้องการของมนุษย์ต่อสิ่งกระตุ้นทางการตลาด ทั้งโฆษณา ราคา บรรจุภัณฑ์ การจัดวางสินค้า ฯลฯ เพื่อให้เกิดความเข้าใจต่อผู้บริโภคลึกซึ้ง นำข้อมูลไปปรับปรุงวิธีการทางการตลาด เน้นสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้บริโภคเองด้วยในอนาคต
ข้อดีของการทำ Neuromarketing
- Neuromarketing จะช่วยลดความเสี่ยงด้านการลงทุน เพราะข้อมูลที่ได้มาผ่านการวิเคราะห์จากศาสตร์หลายแขนง โดยวัดการตอบสนองของผู้บริโภคต่อองค์ประกอบทางด้านการตลาดต่าง ๆ เช่น ชิ้นงานโฆษณา สินค้า หรือภาพลักษณ์ของแบรนด์ ทำให้มั่นใจในการลงทุนกับปัจจัยต่าง ๆ ที่จะส่งผลต่อการสร้างรายได้ในอนาคต
- ช่วยประเมินประสิทธิภาพสินค้า / บริการ หรือแคมเปญได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว เป็นการตรวจจับการตอบสนองของสมองผู้บริโภค สามารถจับต้องได้ เกิดขึ้นจริง รวดเร็ว เรียลไทม์
- ช่วยออกแบบสินค้า / บริการ ที่โดนใจต่อผู้บริโภค อีกคำแนะนำเพื่อความพร้อมด้านการสินค้า / บริการให้ดีขึ้น สร้างการเติบโตของแบรนด์ในระยะยาวยั่งยืน อันถือเป็นหัวใจในการช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื่อสินค้า / บริการนั่นเอง
- ตัวช่วยทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น โดยเป็นเทคนิคการสร้างความเข้าใจให้กับผู้บริโภค ปรับปรุงสินค้า / บริการ รวมถึงวิธีการสื่อสารทางการตลาดซึ่งส่งผลต่อการขาย ทำให้ยอดสูงขึ้น นี่คือเป้าหมายสูงสุดที่หลาย ๆ ธุรกิจต้องการ
- ช่วยพัฒนากลยุทธ์ทางการสื่อสารให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะมีการทำโฆษณา การสื่อสารของแบรนด์ที่ตอบโจทย์ สร้างประสบการณ์ที่ดีต่อผู้บริโภค เสริมสร้างภาพลักษณ์ทางการตลาด ทำให้น่าซื้อสินค้า หรือใช้งานมากกว่าเดิม
เครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับการทำ Neuromarketing
การทำ Neuromarketing ย่อมต้องมีเครื่องมือทางหลักจิตวิทยาสุดหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Eye Tracking, การวิเคราะห์สีหน้า การวัดคลื่นไฟฟ้าสมอง การสแกนสมองด้วยเทคนิค Functional MRI เป็นต้น ซึ่งแบรนด์ดังต่าง ๆ ก็มีการใช้งานด้วยเช่นกัน อย่าง Google, Coca – Cola, Spotify และอื่น ๆ
นี่จึงเป็นสิ่งที่ถูกคาดการณ์ว่าหลังจากนี้ทุกธุรกิจจะสามารถเข้าถึงความต้องการของกลุ่มเป้าหมายกันได้อย่างดีที่สุดเพียงนำ Neuromarketing ไปปรับใช้ เพราะนอกจากจะเข้าใจอารมณ์ผู้บริโภค ยังช่วยวิเคราะห์ระดับความต้องการมาก – น้อยผ่านองค์ประกอบต่าง ๆ จากผู้ใช้งานจริงในช่องทางโซเชียลมิเดีย หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ อีกด้วย

